คณะนิติศาสตร์ มช. จับมือ อินเทลลิคอร์ ลงนาม MOU นำร่องใช้ AI “Lohma” ในคลินิกกฎหมาย ยกระดับสู่ยุค Digital Transformation มุ่งสร้างนักกฎหมายเพื่อสังคม

คณะนิติศาสตร์ มช. จับมือ อินเทลลิคอร์ ลงนาม MOU นำร่องใช้ AI “Lohma” ในคลินิกกฎหมาย ยกระดับสู่ยุค Digital Transformation มุ่งสร้างนักกฎหมายเพื่อสังคม

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MoU) และข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (DPA) ร่วมกับ บริษัท อินเทลลิคอร์ จำกัด ในโครงการนำร่อง “Lohma: AI Legal Clinic” เพื่อนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในงานกฎหมายและการเรียนการสอน มุ่งปรับเปลี่ยนองค์กรสู่การเป็นสถาบันการศึกษากฎหมายที่เป็นที่พึ่งของสังคมอย่างแท้จริง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุธาสินี สุภา หัวหน้าศูนย์ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มช. ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการลงนามในครั้งนี้ว่า ศูนย์ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย (คลินิกกฎหมาย) เป็นพื้นที่ให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงานจริงควบคู่ไปกับการให้บริการประชาชน แต่ปัจจุบันมีปริมาณเอกสารและข้อมูลข้อเท็จจริงที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาจัดระเบียบค่อนข้างมาก ทางศูนย์ฯ จึงร่วมมือกับบริษัท อินเทลลิคอร์ จำกัด นำแพลตฟอร์ม AI “โลมา (Lohma)” เข้ามาทดลองใช้งาน โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ:

  1. เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ภาคปฏิบัติของนักศึกษา ในการช่วยจัดระเบียบข้อมูลและเอกสารเบื้องต้น
  2. เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการให้บริการประชาชน ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ช่วยให้อาจารย์และนักศึกษามีเวลาให้คำปรึกษาเชิงลึกได้มากขึ้น
  3. เพื่อส่งเสริมการบูรณาการเทคโนโลยีในการเรียนการสอนอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับหลักจริยธรรมวิชาชีพกฎหมาย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชัยณรงค์ เหลืองวิลัย คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับทิศทางใหม่ของคณะฯ ที่เน้นการเรียนรู้ในรูปแบบ Law in Action หรือการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง คณะนิติศาสตร์ มช. มีความมุ่งมั่นในการหล่อหลอมให้นักศึกษารู้เท่าทันความเป็นไปของระบบสังคมโลก สามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างชาญฉลาดและถูกต้อง ที่สำคัญคือต้องตระหนักถึงความเป็นนิติศาสตร์เพื่อสังคม โดยมีความตระหนักรู้ทางกฎหมาย (Legal Awareness) และนิติสำนึกที่ตระหนักในคุณค่าของความเป็นมนุษย์

“การนำ AI เข้ามาขับเคลื่อนในครั้งนี้ ตอบโจทย์นโยบายสองมิติสำคัญ คือ Digital Transformation ในการปรับกระบวนการทำงานให้เป็นระบบไร้กระดาษ (Paperless) และขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven) และ Legal Accessibility ที่ทำให้กฎหมายกลายเป็นเรื่องที่อ่านง่ายและเข้าถึงได้สำหรับประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม อย่างไรก็ดี แม้ AI จะช่วยเตรียมข้อมูลเบื้องต้น แต่กระบวนการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจทางกฎหมายทั้งหมด ยังคงเป็นบทบาทหน้าที่และจริยธรรมวิชาชีพของมนุษย์ ควบคู่ไปกับมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่รัดกุมตามมาตรฐาน PDPA ” ผศ.ดร.ชัยณรงค์ กล่าวเน้นย้ำ

ด้าน นายธีรวัจน์ โชคกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทลลิคอร์ จำกัด และผู้ร่วมพัฒนาโลมา ได้กล่าวเปิดใจถึงแรงบันดาลใจในอดีตที่ครอบครัวเคยประสบความยากลำบากในการเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมาย จนทำให้เชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมคือที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ความร่วมมือในวันนี้จึงเปรียบเสมือนพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ในการทดลองร่วมกันว่า เทคโนโลยี กฎหมาย และการศึกษา จะช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่คนคนหนึ่งได้อย่างไร

“หากโลมาช่วยให้นักศึกษาฝึกคิดเป็นระบบ ช่วยให้อาจารย์ลดงานซ้ำซ้อน และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการกฎหมายได้ดีขึ้น สำหรับผม นี่คือก้าวเล็ก ๆ ที่มีความหมายครับ”

นายธีรวัจน์ ยืนยันว่า บริษัท อินเทลลิคอร์ จำกัด จะดำเนินความร่วมมือนี้ด้วยความรับผิดชอบ ความรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับหลักวิชาการ จริยธรรม และความปลอดภัยของข้อมูลเป็นอันดับแรก (ซึ่งมีการกำหนดให้ระบบปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลแบบกึ่งอัตโนมัติ หรือ Anonymization ก่อนการประมวลผล เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัด) และหวังว่าจุดเริ่มต้นในวันนี้จะช่วยให้นักศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์จริง นักกฎหมายทำงานได้ดีขึ้น และประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้มากขึ้น

ความร่วมมือในโครงการนำร่อง “Lohma: AI Legal Clinic” ในครั้งนี้ ถือเป็นโมเดลต้นแบบสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมทางกฎหมาย (Legal Tech) ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่า ปลอดภัย และยั่งยืนต่อสังคมไทยสืบไป